Page 2388 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2388
๒๓๗๓
(๑) ความหนักเบาแห่งข้อหา
(๒) พยานหลักฐานที่ปรากฏแล้วมีเพียงใด
(๓) พฤติการณ์ต่างๆแห่งคดีเป็นอย่างไร
(๔) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด
(๕) ผู้ต้องหาหรือจ าเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่
(๖) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่
(๗) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีค าคัดค้านของพนักงานสอบสวน
พนักงานอัยการ โจทก์หรือผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี ศาลพึงรับฟังประกอบการวินิจฉัยได้
ิ
จากปัจจัยทั้ง ๗ ข้อดังกล่าว ในอดีตที่ผ่านมาศาลสามารถพจารณาปัจจัยได้เพยงข้อ ๑ ถึงข้อ ๔
ี
และข้อ ๗ เท่านั้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ศาลพอจะตรวจดูได้จากค าร้องขอฝากขังครั้งแรกหรือค าฟอง แต่ปัจจัย
้
ี
ในข้อ ๕ และข้อ ๖ ศาลย่อมไม่อาจประเมินจากข้อเท็จจริงเพยงเท่าที่ปรากฏในส านวนได้ จึงกลายเป็นที่มา
ื่
ของการเรียกหลักประกัน เพอให้ผู้พพากษาเกิดความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลย
ิ
จะไม่หลบหนี เพราะหากหลบหนีจะต้องสูญเสียหลักประกันที่น ามาวางไว้ต่อศาล การอนุญาตให้
ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกันจึงดูเป็นเรื่องแปลกเนื่องจากผู้พพากษาย่อมต้องเกรงว่าตนเองจะได้รับ
ิ
ข้อครหาหรือร้องเรียนเรื่องความไม่สุจริต การอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่เรียกหลักประกันแม้จะ
สามารถท าได้ตามกฎหมาย แต่หากผู้ต้องหาหรือจ าเลยหลบหนี ย่อมก่อให้เกิดความกังวลใจของ
ผู้พิพากษาว่าตนเองอาจจะต้องมีส่วนรับผิดชอบ อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมาก็มักได้ยินค าเตือนหรือค าสอนจาก
ิ
ิ
ผู้พพากษาบอกต่อ ๆ กันมาตั้งแต่ขณะเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้พพากษาให้ใช้ความระมัดระวังรอบคอบในการ
ิ
สั่งค าร้องขอปล่อยชั่วคราว มีการหยิบยกตัวอย่างการถูกลงโทษทางวินัยของผู้พพากษาถึงขั้นไล่ออกหรือ
ี่
ิ
ปลดออกจากราชการ ทั้ง ๆ ที่ความจริงการถูกลงโทษของผู้พพากษาทเกี่ยวข้องกับการสั่งค าร้องขอปล่อย
ชั่วคราวล้วนแต่เป็นการปล่อยชั่วคราวในเรื่องที่เห็นได้ชัดว่าไม่สมควรปล่อยหรือมีเรื่องการทุจริต
ิ
เรียกผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แต่ค าสอนดังกล่าวกลับท าให้ผู้พพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต
น าเอาข้อกังวลใจเหล่านี้มาใช้กับคดีที่มีอตราโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ศาลอาจปล่อยชั่วคราวได้
ั
ุ
โดยไม่ต้องเรียกหลักประกันใด ๆ เลยก็ได้ ความกังวลใจหรือเกรงกลัวต่อข้อครหาดังกล่าวจึงเป็นอปสรรค
ส าคัญที่ท าให้ศาลไม่อาจคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจ าเลยได้อย่างเต็มที่ หากไม่นับเรื่องการ
ี
ถูกข้อครหาแล้ว ก็ยังมีอกเหตุผลหนึ่งที่ท าให้ศาลต้องเรียกหลักประกัน คือการไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตัว
ี
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยมากเพยงพอที่จะน ามาใช้ในการประเมินว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปแล้ว
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยรายนั้นจะหลบหนีหรือไปก่อภัยอนตรายประการอนหรือไม่ การเรียกหลักประกัน
ั
ื่
ื่
จึงเป็นทางเลือกที่ศาลน ามาใช้ในการปล่อยชั่วคราวมากที่สุด เพอให้หลักประกันท าหน้าที่เหนี่ยวรั้ง
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยไม่ให้หลบหนีและที่ส าคัญผู้พิพากษาที่สั่งปล่อยชั่วคราวก็เกิดความมนใจว่าหลักประกัน
ั่
จะสามารถป้องกันตัวผู้สั่งให้รอดพ้นจากข้อครหาต่าง ๆ ได้ดีที่สุด

