Page 2389 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2389
๒๓๗๔
ื่
เมื่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีน าค าร้องใบเดียวมาใช้เพอให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยได้รับการ
ปล่อยชั่วคราวได้โดยไม่ต้องเสนอหลักประกัน จึงต้องมีกระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ต้องหา
ั
(๑๑)
หรือจ าเลย เพอประเมินถึงความเสี่ยงในการหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อภัยอนตราย
ื่
ประการอน ท าให้ศาลมีข้อมูลครบถ้วนมากเพยงพอที่จะใช้ดุลพนิจในการสั่งค าร้องใบเดียวได้ ขั้นตอนนี้
ี
ื่
ิ
ั
จึงเป็นขั้นตอนส าคัญที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีน ามาใช้ในทุกคดี โดยเมื่อเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพนธ์ได้รับ
ค าร้องใบเดียวจากผู้ต้องหาหรือจ าเลยแล้วจะยังไม่น าค าร้องใบเดียวมาเสนอศาลทันที แต่จะไปท าการ
ื่
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาหรือจ าเลยมาเสนอศาลเพอให้ศาลมีข้อมูลส าหรับใช้ประกอบการสั่งค าร้อง
ใบเดียวก่อน โดยวิธีการที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีใช้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาหรือจ าเลยมี
๒ วิธี ดังนี้
๑. การให้เจ้าหน้าที่ศาลแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ต้องหาหรือจ าเลย
ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ออกแบบการเก็บข้อมูลผู้ต้องหาหรือจ าเลยโดยจะระบุปัจจัย
ื่
ที่ศาลต้องการทราบเพอให้เจ้าหน้าที่ไปแสวงหาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วจัดท ารายงานเจ้าหน้าที่เสนอศาล
โดยจะท าการตรวจสอบข้อมูลตามปัจจัยเหล่านี้
- ตรวจสอบประวัติการกระท าความผิดของผู้ต้องหาหรือจ าเลย จากฐานข้อมูลของศาลจังหวัดกาญจนบุรี
หากพบข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ระบุข้อหาและผลคดีไว้ในรายงานเจ้าหน้าที่
- ตรวจสอบประวัติกระท าความผิดของผู้ต้องหาหรือจ าเลยจากฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์
ตามที่ส านักงานศาลยุติธรรมได้ท าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือไว้กับกรมราชทัณฑ์ เพอเชื่อมโยง
ื่
(๑๒)
ระบบฐานข้อมูลผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ ท าให้ศาลสามารถตรวจสอบฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ได้ว่า
ื่
ผู้ต้องหาหรือจ าเลยรายนั้น เคยมีประวัติกระท าความผิดที่ศาลอนด้วยหรือไม่ หากพบประวัติเจ้าหน้าที่
จะพิมพข้อมูลจากฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ออกมาเสนอต่อศาลแนบท้ายรายงานเจ้าหน้าที่
์
- ตรวจสอบประวัติว่าผู้ต้องหรือจ าเลยเคยหลบหนีการปล่อยชั่วคราวหรือไม่จากฐานข้อมูลของ
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี
ิ
- เจ้าหน้าที่ศาลโทรศัพท์ติดต่อไปยังบุคคลอางองที่ผู้ต้องหรือจ าเลยระบุชื่อมาในค าร้องใบเดียว
้
ื่
เพอตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวรู้จักผู้ต้องหาหรือจ าเลยจริงหรือไม่ โดยในค าร้องใบเดียวจะให้ผู้ต้องหา
หรือจ าเลยระบุชื่อบุคคลอางองมา ๒ คน เจ้าหน้าที่จะสุ่มโทรศัพท์ไปสอบถามบุคคลอางองดังกล่าวว่า
ิ
้
้
ิ
รู้จักผู้ต้องหาหรือจ าเลยจริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังอาจสอบถามความประสงค์ในการประกันตัว
ั่
(๑๑) ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการปล่อยชวคราว พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๓ วรรคสอง ค าแนะน าของ
ประธานศาลฎีกาว่าด้วยการขยายโอกาสในการเข้าถึงสิทธที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๓ และค าแนะน า
ิ
ของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับมาตรฐานกลางส าหรับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหรือจ าเลย พ.ศ. ๒๕๖๓
(๑๒) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธ ิ
เสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจ าเลย การบริหารโทษของผู้ต้องขัง และการรักษาความปลอดภัยในเรือนจ า ระหว่าง
ส านักงานศาลยุติธรรม กับกรมราชทัณฑ์ ฉบับลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓

