Page 97 - หลักสูตร M1 ( Recruiting and Selection )
P. 97
Pacesetter
็
ั
การพยายามรวมการวัดผลหลายๆ แบบให ้เปนการประเมินเดียวน้นเปนงานด ้านสถิติทีซับซ ้ อนมาก
่
็
็
้
ํ
แม ้ว่าการทาเช่นนีมักจะเปนทีต ้องการก็ตาม
่
ั
้
ั
ในตอนต ้นๆ ของหนงสือเล่มนี เราได ้เน้นยาถึงความสําคัญในการมีคูมือสําหรบการสัมภาษณแต่ละคร้ง
ั
้
ํ
่
์
ั
ี
์
ในกรณของการสัมภาษณเพือประเมินผลการปฏิบัติงาน สถานการณในการสัมภาษณแต่ละคร้งจะ
่
์
์
ํ
่
ไ ม่ เ ห มือ น กั น จึงไ ม่ แ น ะน า ใ ห ้ใ ช ้ร า ยก า ร ค า ถ า ม ทีพิม พ์ อ อ ก ม า ล่ ว งห น้า อ ย่ า งไ ร ก็ ดี
ํ
็
คุณสามารถใช ้แบบฟอร์มการประเมินเปนแนวทางทีควรปฏิบัติตามอย่างคร่าวๆ ในการสัมภาษณได ้
่
์
โ ด ย ใ ห ้ เ ห ล ื อ บ ม อ ง แ บ บ ฟ อ ร ์ ม น ้ ี
่
ํ
่
่
เปนระยะเพือให ้แนใจว่าคุณกาลังทบทวนประเภทผลการปฏิบัติงานทีสําคัญอยู ่
็
้
เปาหมายและกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน
์
ั
้
ผู้สัมภาษณหลายคนทบทวนผลการปฏิบัติงานของพนกงานโดยประเมินผลการปฏิบัติงานเปรียบเทียบกับเปา
้
หมายทีตั้งไว ้ก่อนหน้านี การวางเค ้าโครงในการทบทวนว่า การบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละข ้อมีหรือ
่
้
ั
่
ั
่
ไม่มีประสิทธิภาพน้นมีข ้อดีหลายข ้อ ข ้อแรก เมือมีการตั้งเปาหมายร่วมกัน บุคคลทีได ้รบการตรวจสอบ
้
ก็จะต่อต ้านน้อยลง การสัมภาษณนีไม่ใช่การให ้ผู้จดการมายัดเยียดความต ้องการของตนให ้ใคร
์
ั
แต่เปนความร่วมมือทีมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ ข ้อดีข ้อที่สอง คือ การสัมภาษณจะเปนระบบมากขึ้น
่
็
์
็
่
่
เมือคุณมีรายการวัตถุประสงค์ทีต ้องบรรลุ โดยคุณต ้องตรวจสอบวัตถุประสงค์แต่ละข ้อก่อนจะไปยังข ้อถัดไป
เปาหมายควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี ้
้
1. ค ว ร ม ี ก า ร ก ํ า ห น ด อ ย ่ า ง ช ั ด เ จ น
่
้
่
ํ
่
้
่
ํ
โดยทัวไปเปาหมายทีเจาะจงจะนาไปสู่ผลการปฏิบัติงานทีสูงกว่าเปาหมายทีกาหนดไว ้เพียงกว ้างๆ
้
ตั วอ ย่ าง เ ช่ น เ ป าหม าย “ ยอ ด เ บี ยป ร ะกั น ชี วิ ต $250, 000” นั้ น ดี ก ว่ า
้
่
่
ํ
้
“ทายอดเบียประกันให ้มากทีสุดเท่าทีจะทาได ้”
ํ
่
้
้
2. เ ป าหม าย ควร เ ชือ ม โ ย ง กั บ ง าน โ ดย ร วม แ ล ะ เ ป า หม าย ข อ ง บ ริษ ท ตั วอ ย่ าง เ ช่น
ั
่
ั
่
้
เปาหมายทีเจาะจงของขนาดเคสโดยเฉลียควรสอดคล ้องกับขนาดเคสตามแผนการตลาดของบริษท
้
ั
ํ
้
็
3. ควรทบทวนเปาหมายเปนระยะ ให ้ตรวจสอบความคืบหน้าของพนกงานในแต่ละเปาหมายเปนประจา
็
็
โดยอาจตรวจสอบทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ทุกสามเดือน เปนต ้น ทั้งนีขึนอยูกับสถานการณเฉพาะ
์
่
้
้
้
่
็
ํ
่
4. ควรมีการกาหนดระยะเวลาทีแนนอนให ้กับเปาหมาย โดยปกติแล ้วจะเปน 12 เดือน แต่ก็ไม่เสมอไป
ตัวอย่างเช่น เปาหมายการพฒนาส่วนบุคคล เช่น การรบคุณวุฒิ CLU อาจมีกรอบระยะเวลา
้
ั
ั
อย่างน้อยสามป
ี
5. เ ป าหม าย ค วร มี ความ ยื ดหยุ น เ มื อ เ งื อ น ไ ข เ กิ ดก าร เ ป ลี ย น แ ป ล ง
่
่
่
้
่
เปาหมายก็ควรปรบเปลียนตามเช่นกัน
ั
้
่
6. เปาหมายควรประกอบไปด ้วยแผนปฏิบัติเพือให ้บรรลุผลตามทีต ้องการ โดยวัตถุประสงค์
้
่
่
ํ
่
ั
่
ั
ในการโทรหานายหน้าสัปดาห์ละหนึงคร้ง อาจประกอบด ้วยแผนปฏิบัติทีกาหนดให ้ผู้จดการ
้
ํ
ั
่
พฒนากลยุทธ์การนาเสนอทีจะใช ้ ในการโทรดังกล่าวขึนมา
้
ั
่
ํ
้
7. ควรลาดับความสําคัญของเปาหมาย ควรกาหนดข ้อบ่งชีสําหรบเปาหมายทีสําคัญทีสุด
ํ
้
่
สําคัญรองลงมา และสําคัญเปนลาดับถัดๆ ไปไว ้ล่วงหน้า
็
ํ
8. เปาหมายควรยากทีจะบรรลุ แต่ก็ควรทาได ้จริงเช่นกัน เปาหมายทียากขึนนาไปสู่ผลการปฏิบัติงาน
้
้
่
ํ
้
ํ
่
่
ทีดีขึน ตราบใดทีผู้คนเชือว่าเปาหมายเหล่าน้นเปนไปได ้
่
็
้
ั
้
่
9. ควรมีการตกลงเปาหมายร่วมกัน พนกงานของคุณควรเข ้าร่วมกระบวนการกาหนดเปาหมายกับคุณ
้
ั
้
ํ
แนวทางการสัมภาษณเพือประเมินผลการปฏิบัติงาน
่
์
พึงระลึกถึงแนวทางเหล่านีไว ้เมือทบทวนผลการปฏิบัติงาน
่
้
35