Page 1527 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1527
๑๕๑๔
ั
นอกจากนี้การปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษาต้องเป็นไปตามประมวลจริยธรรมของตุลาการ อนเป็น
ิ
เครื่องมือส าคัญในการปฏิบัติหน้าที่และการด ารงตนของผู้พพากษาที่มีสภาพบังคับทางวินัยด้วย ซึ่งประมวล
ิ
ิ
จริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๑ บัญญัติว่า หน้าที่ส าคัญของผู้พพากษา คือ การประสาทความยุติธรรม
แก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจักต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้อง ตามกฎหมายและนิติประเพณี
ทั้งจักต้องแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่าตนปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดครบถ้วน เพอการนี้
ื่
ิ
ผู้พพากษาจักต้องยึดมั่นในความเป็นอสระของตนและเทิดทูนไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งสถาบันตุลาการ และ
ิ
ิ
ิ
ข้อ ๑๒ บัญญัติว่า เมื่อจะพพากษาหรือมีค าสั่งในคดีเรื่องใด ผู้พพากษาจักต้องละวางอคติทั้งปวงเกี่ยวกับ
คู่ความหรือคดีความเรื่องนั้น ทั้งจักต้องวินิจฉัยโดยไม่ชักช้าและไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด ค าพพากษาและค าสั่ง
ิ
จักต้องมีค าวินิจฉัยที่ตรงตามประเด็นแห่งคดี ให้เหตุผลแจ้งชัดและสามารถปฏิบัติตามนั้นได้ การเรียง
ึ
ิ
ค าพพากษาและค าสั่งพงใช้ภาษาเขียนที่ดี ใช้ถ้อยค าในกฎหมาย ใช้โวหารที่รัดกุมเข้าใจง่าย และถูกต้อง
ั
ื่
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ข้อความอนใดอนไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีโดยตรง
ิ
๑๗
หรือไม่ท าให้การวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวชัดแจ้งขึ้น ไม่พึงปรากฏอยู่ในค าพพากษาหรือค าสั่ง ทั้งนี้เพื่อให้
ิ
เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีทั้งหลาย เมื่อผู้พิพากษามีความเป็นกลางและมีอสระปราศจาก
ิ
ิ
การแทรกแซงจากอานาจใดๆ ผู้พพากษาย่อมมีหลักประกันในการพจารณาพพากษาอรรถคดี ผลที่ตามมา
ิ
คือประชาชนมีความเชื่อมั่นในระบบและกระบวนการยุติธรรม ประชาชนทุกฐานะ อาชีพ กลุ่มชนต้องได้รับ
การปฏิบัติที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย (Equality before the law) และได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริง
ิ
ี
ซึ่งในการพจารณาอรรถคดีนี้ ควรจะมีความยุติธรรมเพยงหนึ่งเดียว การที่จะพจารณาว่าเรื่องใดยุติธรรม
ิ
ึ
หรือไม่ จึงมิควรจะถือเอาความเห็นของผู้วินิจฉัยหรือผู้พพากษาผู้ใดผู้หนึ่งเป็นส าคัญ หากแต่พงถือเอา
ิ
ความเห็นของบุคคลธรรมดาที่มีเหตุผล มีความรู้สึกรับผิดชอบ เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ชอบธรรมอนเป็นข้อทดสอบ
ั
แบบภาวะวิสัย (Objective test) ดังความเห็นของลอร์ด เดนนิ่ง ที่ว่า “ความยุติธรรม ได้แก่ เรื่องที่บุคคล
ในสังคมซึ่งเป็นบุคคลที่มีเหตุผลและมีความรู้สึกผิดชอบเชื่อมั่นว่าเป็นเรื่องที่ชอบธรรม” (Justice is what
the right-minded members of the community-those who have the right spirit within them-
believe to be fair.)
๑๘
ิ
อย่างไรก็ตาม ความเป็นอสระของผู้พพากษามิได้หมายความถึงความเป็นอสระจนปราศจาก
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
การตรวจสอบ การให้ท าหน้าที่ได้โดยอสระเป็นเพยงแต่มุ่งหมายให้ผู้พพากษาสามารถปฏิบัติหน้าที่ใน
การพิจารณาพพากษาคดีได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออทธิพลใด ๆ ที่จะมากดดันต่อการพจารณาพพากษาคดี
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย หรือจากความต้องการของบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ตาม เมื่อผู้พพากษา
ิ
มีความเป็นอสระในการพจารณาพพากษาอรรถดีต่าง ๆ อย่างแท้จริงแล้ว ย่อมจะส่งผลท าให้การท าหน้าที่
ิ
ิ
ในฐานะที่พงสุดท้ายของประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่การท าหน้าที่ของผู้พิพากษาจะใช้อานาจตามอาเภอใจ
ึ่
ไม่ได้ และจะต้องกระท าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยปราศจากอคติทั้งปวง และมิใช่ว่าจะห้ามมิให้มี
การตรวจสอบใด ๆ เลย หากมีการตีความค าว่า “ความเป็นอิสระ” ให้หมายความรวมถึงการห้ามตรวจสอบ
การพจารณาพพากษาคดีด้วยแล้ว ก็จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องมาตรฐาน
ิ
ิ
๑๗ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ
๑๘ ธานินทร์ กรัยวิเชียร, “การปรับปรุงศาลยุติธรรม,” ดุลพาห ๕๕ (มกราคม – เมษายน ๒๕๕๑) เล่มที่ ๑, หน้า ๒๕.

