Page 1528 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1528
๑๕๑๕
ี่
ิ
งานของศาลยุติธรรม ท าให้ผู้พพากษาทมีอาวุโสสูงกว่าไม่สามารถตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษา
ิ
มีอาวุโสน้อยกว่าได้ เป็นผลให้มีผู้พพากษาตัดสินอรรถคดีออกนอกลู่นอกทางตามอาเภอใจโดยไม่สามารถ
ิ
๑๙
ิ
ตรวจสอบยับยั้งหรือแก้ไขได้ การเข้าใจค าว่า "อสระ" ในทางที่ไม่ถูกต้อง จะท าให้เกิดความรู้สึกในทาง
หยิ่งผยอง ผู้ใดมีความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นก็จะไม่มีทางรู้ว่าตนมีความบกพร่องอย่างไร ทั้งจะเป็นการยากที่จะ
ั
๒๐
ื่
รับฟงความเห็นของผู้อน และไม่อาจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ จริง ๆ แล้วเมื่อมีหลักประกันให้ความคุ้มครอง
ิ
ความเป็นอสระของผู้พพากษาแล้ว ก็ควรจะต้องมีระบบการควบคุมตรวจสอบมิให้ผู้พพากษาใช้อานาจอิสระ
ิ
ิ
ตามอาเภอใจด้วย อนเป็นหลักการดุลและคานอานาจ (Checks and Balances) เพอถ่วงดุลให้ผู้พพากษา
ิ
ั
ื่
ต้องใช้อานาจอสระอยู่ภายใต้กรอบของความถูกต้องชอบธรรม หาใช่ว่าจะใช้อานาจพจารณาพพากษาคดี
ิ
ิ
ิ
๒๑
ตามอ าเภอใจไม่มีขอบเขตไม่
ในการนี้จึงมีการบัญญัติกฎหมายให้มีการตรวจสอบการใช้อานาจความเป็นอสระในการพจารณา
ิ
ิ
พิพากษาคดีของผู้พิพากษาไว้ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม โดยมาตรา ๑๔ บัญญัติ ให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค
เป็นผู้รับผิดชอบในราชการของศาลซึ่งอยู่ในเขตอานาจให้เป็นไปโดยเรียบร้อย และให้มีอานาจหน้าที่
ิ
นั่งพิจารณาและพพากษาคดีใด ๆ ของศาลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจส านวนคดี ใดแล้วมีอ านาจท าความเห็นแย้งได้
ิ
และมีอ านาจให้ค าแนะน าแก่ผู้พพากษาในศาลนั้นในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษาด้วย
ิ
โดยมีระบบการตรวจส านวนและร่างค าพพากษาหรือค าสั่งในศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นการตรวจสอบภายใน
ิ
องค์กรของศาลยุติธรรมเพอให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมแก่คู่ความ และเป็นการช่วยดูแลมาตรฐาน
ื่
ิ
ของค าพพากษาที่จะมีผลกระทบต่อประชาชน อกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้พพากษา
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ิ
ผู้ใหญ่ไปยัง ผู้พพากษารุ่นต่อ ๆ มา แต่การตรวจร่างค าพพากษายังคงให้อสระแก่องค์คณะผู้พพากษาที่จะ
ิ
ยืนยันค าตัดสินของตนโดยไม่จ าต้องปฏิบัติตามความเห็นที่มีลักษณะเป็นข้อทักท้วงของผู้พพากษาผู้ใหญ่
ที่ต้องมีความรับผิดชอบในการท าความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร และสามารถตรวจสอบได้
ิ
ิ
ิ
แต่เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ มีแนวคิดให้องค์คณะผู้พพากษามีอสระในการพจารณา
ิ
พพากษาคดีได้โดยปราศจากการตรวจสอบ โดยห้ามมิให้ผู้พพากษาที่เป็นผู้บริหารศาลตรวจส านวนและ
ิ
ร่างค าพพากษาของศาลชั้นต้นก่อนอานให้คู่ความฟง แต่หลังจากนั้นมีสถิติคดีซึ่งมีการรวบรวมไว้ปรากฏ
ั
ิ
่
ิ
อย่างชัดแจ้งว่า ค าพพากษาของศาลชั้นต้นถูกกลับและแก้ไขโดยศาลสูงมากขึ้นเป็นล าดับๆ จนน่าตกใจ
ิ
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลค าพพากษาของศาลชั้นต้นจึงตกแก่ประชาชนเพราะมีความผิดพลาดเกิด
ิ
มากขึ้น แม้ว่าค าพพากษาของศาลชั้นต้นจะสามารถแก้ไขโดยศาลสูงให้ถูกต้องสมบูรณ์ได้ก็ตาม และหาก
ค าพิพากษาของศาลชั้นต้นเกิดความผิดพลาด ศาลสูงก็ยังสามารถตรวจสอบและแก้ไขค าพพากษาเหล่านั้น
ิ
ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาค าพพากษาของศาลชั้นต้นมีข้อจ ากัดตามกฎหมายอยู่
ิ
หลายประการ ศาลสูงจึงไม่สามารถตรวจสอบและแก้ไขค าพพากษาของศาลชั้นต้นได้ในทุกกรณี และแม้
ิ
ค าพพากษาของศาลชั้นต้นจะได้รับการพจารณาจากศาลสูง แต่คู่ความก็ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพม
ิ่
ิ
ิ
๑๙ เรื่องเดียวกัน, หน้า ๒๕.
๒๐ โสภณ รัตนากร, ‚ความเป็นอิสระของผู้พิพากษากับการแยกศาลยุติธรรมออกจากกระทรวงยุติธรรม, ที่ระลึก
วันศาลยุติธรรม ๒๑ เมษายน ๒๕๔๘, หน้า ๗.
๒๑ ศักดา โมกขมรรคกุล, “ความเป็นอิสระของผู้พิพากษา,” บทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๕๒,(กันยายน ๒๕๓๙), หน้า ๒ - ๓.

