Page 2091 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2091

๒๐๗๓





                        นอกจากผู้พพากษาจะมีบทบาทส าคัญในชั้นสอบสวนแล้ว ชั้นพจารณาศาลก็มีบทบาทหลักในการ
                                  ิ
                                                                            ิ
                                                            ิ
               ค้นหาความจริง  อนจะเห็นได้จากในขั้นตอนการพจารณาคดีอาญาที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธี
                                 ั
                             ๔๒
                                                                                ิ
               พิจารณาความอาญา (Code de Procédure Pénale - CPP) ซึ่งจะเริ่มด้วยผู้พพากษาที่เป็นประธานท าการ
                                                                                               ๔๓
               สอบจ าเลย (interrogatoire) เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว และถามว่าได้กระท าความผิดหรือไม่ อย่างไร  หลังจาก
                                                ๔๔
                                                                                     ู
               นั้นจะเรียกพยานเข้าเบิกความทีละคน  ในการเบิกความพยานต้องสาบานว่าจะพดแต่ความจริงแล้วเบิก
               ความด้วยวิธีเล่าเรื่อง (dépositions) ตั้งแต่ต้นไปจนจบโดยไม่มีการสอดแทรก (CPP, Art. 331) เมื่อพยาน
                                                                       ิ่
                                   ิ
               เล่าข้อเท็จจริงเสร็จ ผู้พพากษาที่เป็นประธานอาจถามข้อเท็จจริงเพมเติมจนหมดประเด็น ส าหรับผู้พพากษา
                                                                                                  ิ
               ที่เป็นองค์คณะอีก ๒ คน (assesseures) หรือลูกขุนก็อาจขออนุญาตผู้พพากษาที่เป็นประธานถามพยานและ
                                                                          ิ
                                                  ั
               จ าเลยได้ (CPP, Art. 311) ส่วนพนักงานอยการ ทนายจ าเลย และทนายคู่ความฝ่ายแพงก็มีสิทธิถามพยาน
                                                                                        ่
               แต่ต้องขออนุญาต (CPP, Art. 332) และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้พิพากษาที่เป็นประธาน (CPP, Art. 309)
               ดังนั้น ในระบบการด าเนินคดีอาญาของฝรั่งเศสคู่ความจึงไม่มีบทบาทการซักถามมากนัก อกทั้งไม่มีวิธีการ
                                                                                           ี
               ถามค้าน (cross-examination)
                                          ๔๕
                                               ิ
                        ทั้งนี้ ในการพจารณาคดี ผู้พพากษาที่เป็นประธานจะใช้ส านวนการสอบสวน (dossier) เป็นฐาน
                                   ิ
               และใช้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างถ้อยค าของพยานที่ปรากฏในส านวนและที่เบิกความต่อศาล

                           ิ
               นอกจากนี้ ผู้พพากษาที่เป็นประธานยังอาจอนุญาตให้น าบันทึกค าให้การชั้นสอบสวนของพยานที่ไม่มาศาล
                   ่
               มาอานให้ฟงในศาลและถือเป็นพยาน หรืออาจมีค าสั่งเรียกเอกสารมาเป็นพยานโดยที่จ าเลยไม่เคยเห็นมา
                         ั
                                                           ็
               ก่อน และแม้กระทั่งอาจสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมกได้
                                                             ๔๖
                                                                             ิ
                        ส าหรับการรับฟังและวินิจฉัยพยานหลักฐาน กฎหมายให้เป็นดุลพนิจแกผู้พพากษาในการพิจารณา
                                                                                  ่
                                                                                     ิ
               พยานหลักฐานโดยอิสระ (free proof) กล่าวคือ ศาลจะรับฟังพยานหลักฐานชิ้นใดและให้น้ าหนักเพียงใดนั้น
               เป็นดุลพนิจของผู้พพากษาโดยไม่มีกฎเกณฑ์ก ากับ ซึ่งหลักการนี้บัญญัติอยู่ใน CPP, Art. 427 -1“Hors les
                       ิ
                               ิ
               cas où la loi en dispose autrement, les infractions peuvent être établies par tout mode de








               ๔๒  ชั้นพิจารณาโดยทั่วไปจะอ้างอิงวิธีพิจารณาของศาลลูกขุนเป็นหลัก
               ๔๓  CPP, Art. 328. แม้จ าเลยมีสิทธิที่จะไม่ตอบ แต่การไม่ตอบโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรศาลอาจอนุมานเป็นผลร้ายได้
               ๔๔  โดยหลักพยานของพนักงานอัยการโจทก์จะเข้าเบิกความก่อนพยานจ าเลย. Christian Dadomo and Susan Farran,
               supra note 36, p.212.
               ๔๕  Frederic R. Coudert, “French Criminal Procedure,” The Yale Law Journal, Vol. 19, No. 5 (March 1910),
               pp.326, 335.
               ๔๖  Paul B. Rava, Doris Jonas Freed and Ruth B. Ginsburg, supra note 41, pp.159 – 160.
   2086   2087   2088   2089   2090   2091   2092   2093   2094   2095   2096