Page 2095 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2095

๒๐๗๗





                                                                      ิ
               การสอบสวนไปพร้อมด้วย (StPO, § 199) จากนั้นจะมีการพจารณาเบื้องต้น (zwischenverfahren)
               เพื่อกลั่นกรองมูลคดีก่อนส่งคดีสู่ชั้นพิจารณาสืบพยาน

                        ในการสืบพยาน กระบวนพจารณาเริ่มด้วยผู้พพากษาที่เป็นหัวหน้า (presiding trial judge)
                                                ิ
                                                                 ิ
               ตรวจสอบความพร้อมของคู่ความ พยาน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง และให้ค าแนะน าเกี่ยวกับสิทธิ

               หน้าที่ของจ าเลยและพยาน เช่น สิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง รวมถึงโทษฐานเบิกความเท็จของ
                                                         ิ
               พยาน จากนั้นให้พยานออกจากห้องพจารณา ผู้พพากษาที่เป็นหัวหน้าสอบถามจ าเลยเกี่ยวกับข้อมูลส่วน
                                               ิ
               บุคคลเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนและตรวจสอบความสามารถในการด าเนินคดี (StPO, § 243) จากนั้นพนักงาน
                      ่
                ั
                                   ้
                                         ั
               อยการอานข้อหาในค าฟองให้ฟง ผู้พพากษาที่เป็นหัวหน้าแจ้งสิทธิจ าเลยว่าจะให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาหรือ
                                              ิ
               จะนิ่งก็ได้ หากจ าเลยยอมให้การก็จะท าการสอบถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่อไป
                        หลังจากสอบถามจ าเลยกระบวนการสืบพยานจะเริ่มขึ้นเพอแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
                                                                       ื่

               เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในคดี ซึ่งการแสวงหาข้อเท็จจริงนี้เป็นอานาจของศาลมิได้ขึ้นอยู่กับการร้องขอหรือการ
               เสนอพยานหลักฐานของคู่ความ ศาลมีอ านาจริเริ่มด าเนินการได้เอง (proprio motu) (StPO, § 244) เพราะ

               ในคดีอาญาถือว่าศาลมีหน้าที่ค้นหาความจริงตามเนื้อหา (material truth) ตามหลักไต่สวน

               (untersuchungsgrundsatz)  กระบวนการสืบพยานและถามพยานจึงถือเป็นอ านาจของศาล การถามของ
                                       ๖๓
                                                                                              ิ
               คู่ความมีลักษณะท านองเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดไปจากที่ศาลถาม แม้ในประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความ
                              ี
               อาญาเยอรมนีจะมบทบัญญัติว่าด้วยการถามค้าน (kreuzverhör) ในมาตรา ๒๓๙ แต่ไม่มีการใช้ในทางปฏิบัติ
               เพราะการจะถามค าถามใด ๆ ของคู่ความอยู่ในดุลพินิจของศาลทุกกรณี
                                                                       ๖๔
                                  ั
                                                                       ิ
                        ในการรับฟงและวินิจฉัยพยานหลักฐานใช้ “หลักอสระในการวินิจฉัยพยานหลักฐาน”
               (free evaluation of evidence) ซึ่งศาลมีอิสระในการรับฟังพยานหลักฐานท านองเดียวกับฝรั่งเศส อย่างไร
               ก็ตาม ในระบบกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาของเยอรมนีมีบทตัดพยานที่ส าคัญอยู่ ๒ ประเภท คือ
                                        ิ
                                                                 ๖๕
                                                                                                      ๖๖
               (๑) พยานหลักฐานที่มีพนฐานมาจากสิทธิส่วนบุคคลโดยแท้  และ (๒) พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ
                                   ื้

               ๖๓  Anke Freckmann and Thomas Wegerich, The German Legal System, (London: Sweet & Maxwell 1999),
               p.187-188.
               ๖๔  Michael Bohlander, supra note 20, p.119.
               ๖๕  พยานหลักฐานประเภทที่มีพื้นฐานมาจากสิทธิส่วนบุคคลโดยแท้ มีที่มาจากหลักการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล (right of
               privacy) ตามรัฐธรรมนูญ (Basic Law) สิทธินี้ไม่ปรากฏการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่เกิดจากการตีความหลักการ
                                                                                         ่
                                                                                            ้
               คุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลตาม มาตรา ๑ ศาลเยอรมนีจึงไม่รับฟงข้อมูลส่วนบุคคล เชน ขอมูลที่ได้จากการ
                                                                          ั
               ดักฟังโดยไม่ชอบ หรือข้อความในบันทึกประจ าวัน เป็นต้น. see Richard S. Frase & Thomas, Weigend, supra note
               26, p.325.
               ๖๖  Ibid., p.334.
   2090   2091   2092   2093   2094   2095   2096   2097   2098   2099   2100