Page 2100 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2100

๒๐๘๒





                             ๘๔
                                                                                              ้
                                             ิ

               หลังคณะลูกขุน  นอกจากนี้ ผู้พพาษายังมีอานาจวินิจฉัยค าขอของจ าเลยที่ขอให้ยกฟองด้วยเหตุ
               พยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอแก่การน าเข้าสู่การวินิจฉัยของคณะลูกขุน (no case to answer)
                                                                                               ๘๕
                        จอห์น ดี. ลอว์สัน (John D. Lawson) และ เอดวิน อาร์. คีดดี (Edwin R. Keedy) ในฐานะ
                                        ิ
               กรรมการปฏิรูปกฎหมายวิธีพจารณาของสถาบันกฎหมายอาญาและอาชญาวิทยาอเมริกันได้รับมอบหมาย
                                                                           ั
               จากรัฐบาลอเมริกันให้ไปสังเกตการณ์การพจารณาคดีในศาลอาญาขององกฤษ หลังจากใช้เวลาสังเกตการณ์
                                                   ิ
                               ๘๖
               เป็นเวลา ๔ เดือน  ได้เขียนรายงานอธิบายถึงหน้าที่และพฤติกรรมของผู้พพากษาองกฤษโดยสรุปว่า
                                                                                         ั
                                                                                 ิ
                  ิ
                                                                             ิ
                                                                                               ั
               ผู้พพากษาผู้เป็นหัวหน้า (the presiding judge) มีบทบาทสูงมากในการพจารณาคดีอาญาขององกฤษ โดย
               จะก ากับดูแลและควบคุมกระบวนพิจารณาทุกขั้นตอน ระหว่างพิจารณาถ้าผู้พิพากษาเห็นว่าพยานหลักฐานที่
               น าสืบมานั้นคณะลูกขุนไม่ควรที่จะพพากษาลงโทษก็อาจสั่งให้ยุติและสั่งให้คณะลูกขุนออกค าวินิจฉัยว่าไม่มี
                                             ิ
               ความผิด (verdict of not guilty) ทั้งคดีหรือแต่บางขอหา ผู้พิพากษาอาจเรียกพยานมาสืบด้วยการริเริ่มของ
                                                           ้
               ตนเอง และมอ านาจพิจารณาว่าจะอนุญาตให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามค้านหรือไม่ ระหว่างทนายความถาม
                          ี
               ผู้พิพากษาถามพยานบ่อยครั้งเพอให้พยานอธิบายสิ่งที่ตอบหรือเพอให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏระหว่าง
                                                                     ื่
                                          ื่
                                                                        ิ
               การถามของทนายความ บางคดีหลังจากทนายความถามเสร็จแต่ผู้พพากษาเชื่อว่าพยานสับสนระหว่างการ
                                           ื่
               ตอบค าถามค้านก็จะถามพยานเพอให้อธิบายให้กระจ่าง ผู้พพากษาควบคุมการด าเนินกระบวนพจารณาของ
                                                                                               ิ
                                                                ิ
               ทนายความอย่างเข้มงวด โดยจ ากัดให้ถามเฉพาะที่เกี่ยวกับประเด็นและเหมาะสม และบางครั้งยังเรียกให้
               ทนายความอธิบายค าถามที่ถามพยานในบางค าถาม พยานหลักฐานในคดีจ านวนมากน าสืบตามความเห็น

               ของผู้พพากษามากกว่าของทนายความ และบางครั้งผู้พพาษาก็แนะน าทนายความถึงล าดับของพยานที่จะ
                     ิ
                                                              ิ
               เรียกมาหรือไม่จ าเป็นต้องสืบพยานบางปากแม้จะเรียกมาแล้วก็ตาม
                                                                      ๘๗
                                                ิ
                                       ิ
                        หลังคดีเสร็จการพจารณา ผู้พพากษาจะท าการแนะน า (instruct) คณะลูกขุนถึงประเด็นแห่งคดีที่
               จะต้องวินิจฉัย ภาระการพิสูจน์ในแต่ละประเด็น และมาตรฐานการพิสูจน์ในคดีนั้น โดยในคดีอาญาจะแนะน า

                        ว่าเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องน าสืบให้รับฟงได้โดยปราศจากความสงสัยตามสมควร (beyond
                                                             ั
                                                                         ๘๘
               reasonable doubt) ว่าจ าเลยกระท าความผิด มิฉะนั้นศาลจะยกฟ้อง


               ๘๔  Penny Darbyshire, "Criminal procedure in England and Wales," in Criminal Procedure in Europe, Richard
               Vogler and Barbara Huber (eds), (Berlin: Duncker & Humblot, 2008), p.107.
               ๘๕  David J. Feldman, supra note 78, p.188.
               ๘๖  John D   Lawson and Edwin R   Keedy, "Criminal Procedure in England,   Journal of Criminal Law and
                       .
                                           .
                                                                             "
               Criminology, Vol. 1, Issue 4, (1911), p.595.
               ๘๗  Ibid., pp.753-755.
               ๘๘  ในการสรุปและแนะน าลูกขุนนี้ ลอว์สันและคีดดีระบุว่า นอกจากผู้พิพากษาทบทวนรายละเอียดของพยานหลักฐานและ
                                       ้
               แนะน าข้อกฎหมายที่จะปรับใชแก่ข้อเท็จจริงนั้นแล้ว ผู้พิพากษายังแสดงความคิดเห็นถึงความส าคัญและน้ าหนักของ
   2095   2096   2097   2098   2099   2100   2101   2102   2103   2104   2105