Page 2105 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2105
๒๐๘๗
ิ
ตลอดการพจารณาคดีในศาลสหรัฐจะถูกควบคุมด้วยกฎเกณฑ์แห่งพยานหลักฐานจ านวนมากและ
ั
ซับซ้อน ซึ่งกฎเกณฑ์แห่งพยานหลักฐานนี้เดิมพฒนาขึ้นโดยคอมมอนลอว์ ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๗๔ มีการ
ประมวลขึ้นเป็นกฎส าหรับใช้ในการด าเนินคดีของสหรัฐ กฎนี้ใช้ในการควบคุมการรับฟงพยานหลักฐาน
ั
(admissibility) อนหมายถึง พยานหลักฐานที่จะให้เข้าสู่การวินิจฉัยของคณะลูกขุนได้ พยานหลักฐานใดที่
ั
ศาลไม่รับฟังจะไม่เข้าสู่ความรับรู้ของคณะลูกขุน อย่างไรก็ตาม หากคณะลูกขุนได้รับฟงพยานหลักฐานนั้นไป
ั
๑๐๖
แล้ว ศาลจะสั่งให้ไม่ค านึงถึงพยานหลักฐานนั้นในการวินิจฉัย ทั้งนี้ แม้จุดเริ่มแห่งการรับฟังพยานหลักฐาน
คือความเกี่ยวข้องกับประเด็น แต่ในบางกรณีแม้จะเป็นพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องก็ไม่รับฟง เช่น พยานบอก
ั
เล่า นอกจากนี้ พยานหลักฐานบางอย่างถูกตัดออกด้วยวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่
๑๐๗
ั
ื่
ศาลพฒนาขึ้นเพอยับยั้งการปฏิบัติละเมิดต่อหลักการแห่งรัฐธรรมนูญของเจ้าพนักงานต ารวจ โดยศาลจะไม่
๑๐๘
รับฟงพยานหลักฐานที่ได้มาโดยฝ่าฝืนต่อหลักการแห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ บทตัดพยานของสหรัฐอเมริกา
ั
๑๐๙
ส่วนใหญ่รวบรวมไว้ในกฎว่าด้วยพยานหลักฐานของสหรัฐ ซึ่งมีกฎห้ามมิให้ศาลรับฟงพยานบอกเล่า
ั
รวมถึงประวัติการกระท าความผิดหรือความประพฤติที่ไม่ดีของจ าเลยเพอวินิจฉัยความผิด อย่างไรก็ตาม ใน
ื่
ส่วนพยานบอกเล่ากฎว่าด้วยพยานหลักฐานนี้มีข้อยกเว้นให้รับฟังพยานบอกเล่าได้จ านวนมาก
๑๑๐
ิ
ส าหรับมาตรฐานการพสูจน์ในคดีอาญาของสหรัฐอเมริกาเป็นไปในแนวทางเดียวกับองกฤษ โดย
ั
๑๑๑
ศาลสูงแห่งสหรัฐวางหลักไว้ในคดี In re Winship เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๗๐ ว่า โจทก์มีภาระการพิสูจน์ความผิด
ของจ าเลยในทุกองค์ประกอบความผิดโดยปราศจากความสงสัยตามสมควร หากยังมีความสงสัยเช่นว่านั้น
ิ่
ศาลต้องยกฟอง ซึ่งเป็นการแปลความจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพมเติมครั้งที่ ๕ และครั้งที่ ๑๔ ที่รับรอง
้
หลัก due process ไว้
๔. บทบาทการค้นหาความจริงของศาลไทย
แม้จะปรากฏหลักฐานว่าการศาลของไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับวิธี
ี
พจารณาความในยุคนั้น การศึกษาระบบการค้นหาความจริงในคดีของไทยจึงกระท าย้อนหลังไปได้เพยงสมัย
ิ
๑๐๖ Ibid., p.86.
๑๐๗ แต่ก็มีข้อยกเว้นให้รับฟังได้ในหลายกรณี
๑๐๘ Frederick T. Davis, supra note 98, p.87.
๑๐๙ ข้อ ๘๐๒ ว่า “ค าบอกเล่าจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เว้นแต่จะได้ก าหนดไว้ในข้อบังคับนี้ หรือโดยข้อบงคับอื่นซึ่ง
ั
ิ
ก าหนดโดยศาลสูงสุดโดยอาศัยอ านาจแห่งกฎหมาย หรือโดยรัฐบัญญัติของรัฐสภา.” พรเพชร วิชตชลชย, ข้อบังคับว่าด้วย
ั
พยานหลักฐานของศาลสหรัฐอเมริกา, แก้ไขเพิ่มเติมถึงปี ๒๐๐๓ (กรุงเทพมหานคร: อฑยามิลลีเนียม ๒๕๔๖), น.๖๘.
๑๑๐ Peter Hay, supra note 95, p.333.
๑๑๑ In re Winship 397 U.S. 368 (1970).

