Page 2109 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2109
๒๐๙๑
ิ
ทักท้วง ควรให้ฤ้ๅพภากษาพจารณาไปจงได้จริงอย่าลุะอานาทมัวเมาถือทฤฐิมานะจะได้อปราไชยแก่
ิ
ั
้
๑๒๒
ผู้มีปัญาเปนอันเที่ยงแท...”
จากบทบัญญัติข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าแม้ระบบการค้นหาความจริงในคดียุคดั้งเดิมจะแยกผู้ไต่สวนกับ
ิ
ผู้วินิจฉัยชี้ขาดออกจากกัน กล่าวคือ ตระลาการเป็นผู้ไต่สวนพยาน ควบคุมกระบวนพจารณา รวมตลอดถึง
ิ
้
ั
รับฟงพยานหลักฐาน (พจารณาว่าพยานหลักฐานที่คู่ความอางนั้นมีลักษณะต้องห้ามหรือรับฟงได้ตาม
ั
๑๒๓
ิ
กฎหมายหรือไม่) ส่วนผู้พพากษาจะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดพพากษาคดีตามพยานหลักฐานในส านวนที่
ิ
ตระลาการไต่สวนไว้ ซึ่งในการพิพากษาคดีนั้นย่อมต้องท าการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานตามแนวทางที่
ี
กฎหมายวางไว้ โดยวางแนวทางการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานไว้เพยงกว้าง ๆ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า
คล้ายคลึงกับหลักความเชื่อมั่นภายในใจ แม้จะมิได้มีถ้อยค าใดแสดงเช่นนั้นโดยตรง แต่ก็พออนุมานได้จาก
ภาพรวม หรือข้อความบางตอน เป็นต้นว่า “ให้เหนแน่ในใจ” ในพระไอยการลักษณภญาณบทที่ตัดทอนมา
แสดงข้างต้น
๔.๒ บทบาทศาลในยุคเปลี่ยนผ่าน
กฎหมายดั้งเดิมของไทยตราขึ้นหลายห้วงเวลาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและกระจัดกระจายยากแก่การ
ุ
้
ใช้ พระบาทสมเด็จพระพทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช าระ
รวบรวมไว้เป็นกฎหมายตราสามดวง และใช้ต่อเนื่องมาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ด้วยแรงกดดันจาก
๑๒๔
ิ
ชาติตะวันตกที่เข้ามามีอทธิพลในประเทศไทย ปัญหาแห่งสิทธิสภาพนอกอาณาเขต (extra-territorial)
๑๒๒ เรื่องเดียวกัน, น.๖๒๔. ส าหรับถ้อยค าว่า “เลาะและปากเบา” หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาล
ฎีกา อธิบายว่า คือ การรีบร้อนออกความคิดเห็น การต าหนิคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การพูดกระทบเสียดสี และพูดประชด
หรือขู่พยาน เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดในศาลได้เมื่อบังเอิญเผลอตัวไปบางขณะ ท าให้คู่ความคาดคะเนแพ้ชนะแล้ว
ดีใจหรือเสียใจ ดู หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ, ค าบรรยายประวัตศาสตรกฎหมาย, พิมพ์ครั้งที่ ๓ (พระนคร: โรงพิมพ์
์
ิ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๒), น.๑๑๕.
๑๒๓ กฎหมายลักษณะพยานสมัยนั้น มีลักษณะเป็นการก าหนดวิธีพิสูจน์ตามกฎหมาย (legal proof) กล่าวคือ มีการก าหนด
หลักเกณฑ์การรับฟังและวินิจฉัยชงน้ าหนักพยานหลักฐานไว้ล่วงหน้าโดยอิงกับฐานะ ลักษณะ หรือสกุลของพยาน มิได้
ั่
พิจารณาตามหลักเหตุผลจากถ้อยค าของพยานเป็นส าคัญเช่นวิธีพิสูจน์ตามมโนธรรม (moral proof) ดังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
๑๒๔ ชาติตะวันตกที่เข้ามามีอิทธิพลและมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในประเทศไทย ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี
สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เบลเยี่ยม สวีเดน นอร์เวย์ อิตาลี โปรตุเกส สเปน รวมตลอดถึงญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นชาติเอเชียด้วยกัน

