Page 2111 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2111

๒๐๙๓





                                                                                                     ๑๓๐
                                                                               ิ
                     วิธีพจารณาที่ก าหนดในพระราชบัญญัติลักษณะพยานวางระบบวิธีพจารณาตามระบบกล่าวหา
                         ิ
               แต่มิได้บัญญัติขึ้นใหม่ทั้งหมด ได้มีการน าบทบัญญัติบางส่วนในกฎหมายเดิม (ที่ให้ยกเลิก)  มารวมบัญญัติ
                                                                                         ๑๓๑
               ไว้ โดยยกมาไว้ในหมวดที่ ๙ ว่าด้วยกฎหมายเดิมซึ่งยังคงให้ใช้ต่อไปยกเอามารวมไว้ในพระราชบัญญัตินี้ด้วย
               ไม่ว่าจะเป็นบทบัญญัติบางส่วนในพระไอยการลักษณรับฟอง บางส่วนในพระไอยการลักษณภญาณ และ
                                                                 ้
                                                                                                     ๑๓๒
                                                      ิ
               บางส่วนในลักษณตระลาการ ส าหรับหลักอนทภาษไม่ปรากฏว่าถูกยกเลิกจึงยังคงใช้บังคับต่อไป
                                                                   ิ
               แม้อก ๒ ปีต่อมา จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิธีพจารณาความมีโทษส าหรับใช้ไปพลางก่อน
                   ี
                                   ๑๓๓
                                                                                         ิ
                                                ิ
                                                                                                       ่
               รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๕  ส าหรับใช้พจารณาคดีอาญา และพระราชบัญญัติกระบวนพจารณาความแพง
                                  ๑๓๔
                                               ิ
                                                           ่
               รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๕  ส าหรับใช้พจารณาคดีแพง อย่างไรก็ตาม กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ มิได้มีบทบัญญัติว่า
                                                                                               ๑๓๕
               ด้วยพยานหลักฐานบัญญัติไว้เอง แต่มีบทบัญญัติให้น าพระราชบัญญัติลักษณะพยานมาใช้บังคับ  วิธีการ
               สืบพยานและการรับฟังพยานหลักฐานในคดีแพ่งและคดีอาญาจึงมีลักษณะอย่างเดียวกัน
                     อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติวิธีพจารณาความมีโทษส าหรับใช้ไปพลางก่อน มีบทบัญญัติวางแนว
                                                 ิ
               ทางการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานในคดีอาญาไว้ในมาตรา ๒๓ วรรคสาม ว่า “ในการลงความเห็นใน
                             ั
                                                                                    ิ
                                                                                                  ิ
               ข้อความที่ควรฟงเอาเปนจริงฤาไม่ก็ดี ในข้อบทกฎหมายที่ประกอบใช้นั้นก็ดี ให้ผู้พพากษาทั้งปวงพจารณา

               พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงมีการออกพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๔๖ ยกเลิก
               พระราชบัญญัติลักษณะพยาน ร.ศ. ๑๑๓ โดยชัดแจ้ง
                                         ิ
               ๑๓๐  ประมูล สุวรรณศร, อ้างแล้ว เชงอรรถที่ ๑๑๔, น.๔-๕. ผู้เขียนมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า บทบัญญัติบางมาตรามีลักษณะ
                                                        ่
               ผสมผสานโดยน าวิธีการในระบบไต่สวนมาประกอบ เชน การก าหนดให้ศาลเป็นผู้ซักถามพยานจนสิ้นกระแสความ กรณี
               ผู้อ้างพยานจะถามเพิ่มเติมก็ให้บอกแก่ศาล ซึ่งศาลจะถามให้ตามนั้นหรือไม่สุดแล้วแต่ศาล (มาตรา ๓๗) จากนั้นหากคู่ความ
               อีกฝ่ายมีข้อค้านจะถามพยานอย่างใดให้เขียนลงในกระดาษเป็นข้อ ๆ ให้แก่ศาล หรือจะบอกแก่ศาลด้วยปากก็ได้ แล้วให้ศาล
               ถามพยานให้เบิกความตอบข้อค้านดังกล่าว (มาตรา ๓๘) เมื่อพยานเบิกความตอบข้อค้านเสร็จแล้ว หากคู่ความที่อ้างพยานมี
               ข้อติงให้เขียนลงในกระดาษเป็นข้อ ๆ ให้แก่ศาล หรือจะบอกแก่ศาลด้วยปากก็ได้ แล้วให้ศาลถามพยานให้เบิกความตอบ
               ข้อติงดังกล่าว (มาตรา ๔๐) เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้แล้วหากศาลเห็นว่ายังมีข้อความเคลือบแฝงเป็นที่สงสัยก็มีอ านาจซักฟอก
               พยานให้ให้การจนสิ้นสงสัยได้ (มาตรา ๔๑) อย่างไรก็ตาม ก่อนศาลเริ่มถามพยานคู่ความอาจตกลงกันถามพยานเองซึ่ง
               กฎหมายก็ให้ศาลยอมอนุญาตตามนั้นได้ (มาตรา ๔๓)
               ๑๓๑  กฎหมายที่ระบุให้ยกเลิกอยู่ในมาตรา ๓ ที่ว่า “บรรดามาตราต่าง ๆ ในลักษณรับฟ้องส่วนที่ว่าด้วยตัดพยาน แลในลักษณ
               พยานในกฎหมายเล่ม ๑ แลกฎหมายรับสั่งในกฎหมายเล่ม ๒ และพระราชบัญญัติลักษณพยาน ดังที่ได้ว่ากล่าวไว้ในตาตราง
               หมายเลข ๑ ในท้ายพระราชบัญญัตินี้นั้น ตั้งแต่นี้สืบไปให้ยกเลิกเสีย มิให้ใช้เปนกฎหมายต่อไป”
               ๑๓๒  จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายใดบัญญัติยกเลิกหลักอินทภาษโดยตรง และเป็นหลักปฏิบัติที่ผู้พิพากษาตุลา
               การยึดถือสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
               ๑๓๓  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓ ตอน ๕ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๓๙ หน้า ๕๖. ประกาศใชพร้อมกับพระราชบัญญัติยกเลิกวิธี
                                                                               ้
               พิจารณาโจรผู้ร้ายตามจารีตนครบาล (ร.ศ. ๑๑๕)
               ๑๓๔  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓ แผ่นที่ ๓๓  วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน  ๒๔๓๙ หน้า ๓๖๗.
               ๑๓๕  ดู พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความมีโทษส าหรับใช้ไปพลางก่อน รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๕ มาตรา ๕ และมาตรา ๑๕ และ
               พระราชบัญญัติกระบวนพิจารณาความแพ่ง รัตนโกสินทร์ ศก ๑๑๕ มาตรา ๖๐
   2106   2107   2108   2109   2110   2111   2112   2113   2114   2115   2116