Page 2115 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2115
๒๐๙๗
๔.๓ บทบาทตามกฎหมายของศาลในยุคปัจจุบัน
หลังจากประกาศใช้ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความ
ิ
ิ
แพ่ง การพิจารณาคดีอาญาและคดีแพ่งของศาลไทยก็ใช้กฎหมาย ๒ ฉบับนี้ เป็นหลัก
ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาที่ประกาศใช้มีบทบัญญัติแตกต่างไปจากฉบับที่เป็นต้นร่าง
ิ
กฎหมายในช่วงแรก ๆ มาก โดยมีบทบัญญัติเพียง ๒๖๗ มาตรา ก าหนดวิธีพิจารณาเท่าที่เป็นลักษณะเฉพาะ
ิ
ของวิธีพจารณาความอาญาไว้เท่านั้น มิได้ครอบคลุมในทุกขั้นตอน โดยมีบทบัญญัติอดช่องว่างแห่งกฎหมาย
ุ
ในมาตรา ๑๕ ว่า "วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้น าบทบัญญัติ
แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้" เป็นผลให้วิธีพจารณา
ิ
่
คดีอาญาหลายกรณีต้องน าวิธีการตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพงมาใช้ด้วย
ิ
๔.๓.๑ การแสวงหาข้อเท็จจริง
ั
ิ
หลักการส าคัญในวิธีพจารณาความอาญาคือการตรวจสอบความจริง อนจะเห็นได้จากบทบัญญัติ
ิ
หลายส่วนในประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาที่ชี้ให้เห็นถึงหลักการเช่นว่านี้ เป็นต้นว่า ในชั้น
สอบสวน "ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะท าได้ เพอประสงค์จะทราบ
ื่
ั
ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อนเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพอจะรู้ตัวผู้กระท าผิดและพสูจน์ให้เห็น
ิ
ื่
ิ
ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา" (มาตรา ๑๓๑) และในชั้นพจารณา "พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือ
พยานบุคคลซึ่งน่าจะพสูจน์ได้ว่าจ าเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ ..." (มาตรา ๒๒๖)
ิ
หรือแม้แต่เอกสารก็มิได้เคร่งครัดในเรื่องการฟังต้นฉบับเอกสาร (มาตรา ๒๓๘) อย่างคดีแพ่ง
๑๔๓
บทบัญญัติที่ถือเป็นหัวใจส าคัญเกี่ยวกับบทบาทในการค้นหาความจริงของศาล คือ มาตรา ๒๒๘
และมาตรา ๒๒๙ ที่บัญญัติให้ศาลเป็นผู้สืบพยาน หรือสืบพยานเพมเติม โดยมิได้ก าหนดเงื่อนไขการใช้
ิ่
๑๔๔
๑๔๕
อ านาจของศาลไว้ อันแสดงให้เห็นว่าในคดีอาญานั้นศาลเป็นผู้ค้นหาความจริงเอง นอกจากนี้ กฎหมายยัง
๑๔๓ ค าพิพากษาศาลทหารสูงสุดที่ ๑/๒๕๐๖ ในคดีอาญาไม่มีอะไรผูกมัดให้ศาลต้องรับฟังแต่เฉพาะข้อความในเอกสาร
เท่านั้น ศาลจะรับฟังค าพยานหรือหลักฐานใดหรือไม่ย่อมแล้วแต่พยานหลักฐานนั้นจะประกอบด้วยเหตุผลมีน้ าหนักควรรับ
ฟังได้เพียงใด. อาชวัน อินทรเกสร, ๑๐๘ คดีศาลทหารไทย, เล่ม ๑ (กรุงเทพมหานคร: สูตรไพศาล, ๒๕๓๙), น.๖๑-๖๒.
๑๔๔ ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๘ "ระหว่างพิจารณาโดยพลการหรือคู่ความฝ่ายใดร้องขอ ศาลมีอ านาจสืบพยานเพิ่มเติม จะสืบเอง
หรือส่งประเด็นก็ได้" และมาตรา ๒๒๙ "ศาลเป็นผู้สืบพยาน จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้ แล้วแต่เห็นควรตามลักษณะของ
พยาน"
๑๔๕ สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา ฉบับอ้างอิง, พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติม
ิ
(กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน, ๒๕๕๖), น.๓๙๑-๓๙๒. ศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ มีความเห็นว่า ในคดีอาญาศาลมีหน้าที่ค้นหา
ความจริง ไม่ใชปล่อยให้โจทก์และจ าเลยน าเสนอพยานหลักฐานฝ่ายตน และศาลท าหน้าที่เป็นคนกลางอย่างในคดีแพ่ง
่
เท่านั้น

