Page 2117 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2117

๒๐๙๙





               ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง (๑) ศาลเป็นผู้ถามพยานเอง หรือ (๒) ให้คู่ความซักถามและถามค้านพยาน

               ไปทีเดียว (มาตรา ๑๑๖ วรรคสอง) อย่างไรก็ดี กรณีที่ศาลเป็นผู้ถามพยานเองกฎหมายก็ให้สิทธิคู่ความ

               ซักถามพยานได้เมื่อศาลซักถามเสร็จ ทั้งนี้ ในการถามของคู่ความนั้นกฎหมายก าหนดล าดับวิธีการให้คู่ความ
                     ้
                                                       ี
                                                                                           ้
               ฝ่ายที่อางพยานซักถามก่อน จากนั้นให้คู่ความอกฝ่ายหนึ่งถามค้าน แล้วจึงให้คู่ความฝ่ายที่อางพยานถามติง
               (มาตรา ๑๑๗ วรรคหนึ่ง ถึงวรรคสาม) ซึ่งในทางปฏิบัติศาลจะให้คู่ความซักถามและถามค้านพยานไปทีเดียว
                               ่
                                                             ั
               เช่นเดียวกับคดีแพง โดยศาลจะวางตัวเป็นกลางรับฟงการสืบพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายในบทบาท
                                                                                     ๑๕๐
               ลักษณะเชิงรับ จะสอบถามเท่าที่จ าเป็นเพอความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น  วิธีการสืบพยานใน
                                                   ื่
               คดีอาญาจึงคล้ายคลึงกับคดีแพ่ง

                        ๔.๓.๒ การวินิจฉัยข้อเท็จจริง

                                              ิ
                        เดิมประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญามิได้มีบทบัญญัติว่าด้วยการรับฟงพยานหลักฐานไว้
                                                                                         ั
                                 ั
               โดยตรง โดยการรับฟงพยานหลักฐานถือตามมาตรา ๒๒๖ ว่าด้วยการอางและสืบพยานหลักฐาน ส าหรับ
                                                                            ้
               บทบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยพยานหลักฐานมีเพยงมาตราเดียว คือ มาตรา ๒๒๗  ซึ่งนอกจากจะเป็น
                                                        ี
                                                                                     ๑๕๑
               บทบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานแล้ว ในทางวิชาการยังถือว่าบทบัญญัติมาตรานี้ก าหนด
                             ิ
               มาตรฐานการพสูจน์ (standard of proof) ของคดีอาญา ในระดับปราศจากความสงสัยตามสมควร
                                          ๑๕๒
               (beyond reasonable doubt)
                                                                          ิ่
                                                                                                  ิ
                        ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพมเติมประมวลกฎหมายวิธีพจารณา
                                                                            ั
               ความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ เพมเติมบทบัญญัติว่าด้วยการรับฟงพยานหลักฐานเข้าไปในประมวล
                                                  ิ่
               กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้แก่ มาตรา ๒๒๖/๑ (ห้ามรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาจากการกระท าหรือ
                                                                                          ั
               โดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ และข้อยกเว้น) มาตรา ๒๒๖/๒ (ห้ามรับฟงพยานหลักฐาน
                                            ื่
               เกี่ยวกับการกระท าความผิดครั้งอนหรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจ าเลย และข้อยกเว้น) มาตรา
               ๒๒๖/๓ (ห้ามรับฟงพยานบอกเล่า และข้อยกเว้น) มาตรา ๒๒๖/๕ (การรับฟงบันทึกค าเบิกความในชั้นไต่
                               ั
                                                                                ั

               ๑๕๐  รุ่งเรือง ล าพองชาติ, ปัญหาและอุปสรรคในการพจารณาคดทุจรตและประพฤตมิชอบในระบบไตสวน กรณศึกษา
                                                                   ิ
                                                               ี
                                                                              ิ
                                                                                            ่
                                                       ิ
                                                                                                   ี
               เฉพาะชั้นพจารณาพพากษาคด, (เอกสารวิชาการส่วนบุคคล หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ ๒๓
                               ิ
                        ิ
                                       ี
               วิทยาลัยการยุติธรรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ส านักงานศาลยุติธรรม, ๒๕๖๒), น.๗.
               ๑๕๑  มาตรา ๒๒๗ “ให้ศาลใชดุลพินิจวินิจฉัยชงน้ าหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการ
                                    ้
                                                ั่
               กระท าผิดจริงและจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิดนั้น
                  เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจ าเลยได้กระท าผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จ าเลย”
                                                                                   ิ
                                       ิ
               ๑๕๒  อุดม รัฐอมฤต, อ้างแล้ว เชงอรรถที่ ๑๔, น.๒๘๙-๒๙๐; โสภณ รัตนากร, อ้างแล้ว เชงอรรถที่ ๗, น.๕๒๒-๕๒๕;
               และจรัญ ภักดีธนากุล, กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน, พิมพ์ครั้งที่ ๙ (กรุงเทพมหานคร: ส านักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง
               เนติบัณฑิตยสภา, ๒๕๕๗), น.๕๔๙-๕๕๑.
   2112   2113   2114   2115   2116   2117   2118   2119   2120   2121   2122