Page 2114 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2114
๒๐๙๖
ื่
ขอลาออกจากต าแหน่งเพอเดินทางกลับไปรักษาสุขภาพที่ประเทศฝรั่งเศส โดยนายเดแลสเตรเข้ารับต าแหน่ง
ี
แทน แต่นายเดแลสเตรไม่มีความสามารถเพยงพอจึงได้ลาออกในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ โดยนายกียองได้รับแต่งตั้ง
เป็นหัวหน้ากรรมการร่างประมวลกฎหมายแทน และร่างเสร็จเสนอต่อเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมในปี พ.ศ.
ิ
์
๒๔๖๑ จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ จัดพมพร่างที่ตรวจแก้เสร็จเวียนให้ผู้พพากษา ทนายความ เจ้าหน้าที่ที่
ิ
ั
เกี่ยวข้อง และสถานทูตต่างประเทศ พจารณา ปรากฏว่าในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ สถานทูตองกฤษยื่นบันทึกต่อ
ิ
กระทรวงการต่างประเทศประท้วงหลักการในร่างดังกล่าวหลายประการโดยเฉพาะระบบการสอบสวนที่ให้
ั
พนักงานอยการเป็นผู้ท าการสอบสวนแทนศาล ซึ่งมีการโต้ตอบกันหลายครั้ง โดยรัฐบาลไทยพยายาม
ิ
ประนีประนอมโดยน าร่างประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาของแอฟริกาใต้และของลังกาที่องกฤษ
ั
ิ
จัดหามา มาท าการศึกษาปรับแก้ไขร่างประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาของไทยใหม่ เสร็จสิ้นในปี
พ.ศ. ๒๔๖๗ แต่ในช่วงเวลานั้นมีการจัดตั้งกรมร่างกฎหมาย และกรมร่างกฎหมายต้องเร่งร่างประมวล
กฎหมายแพงและพาณิชย์ การร่างประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาจึงยืดเยื้อมาจนเปลี่ยนแปลงการ
่
ิ
ิ
ปกครอง หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองนายกียองขอให้รัฐบาลไทยพจารณาทบทวนปัญหาที่นายปาร์ดูเคย
ี
เสนอไว้อกครั้งหนึ่ง รัฐบาลไทยประชุมปรึกษากันเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๔๗๕ มีมติดังนี้ ๑. ให้ร่างโดย
ิ่
อาศัยระบบกฎหมายไทยที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเป็นหลัก ถ้าหากมีความจ าเป็นจะต้องแก้ไขเพมเติมกฎหมายไทย
ก็ให้ใช้วิธีการศึกษากฎหมายเปรียบเทียบโดยน าเอาระบบกฎหมายของต่างประเทศที่เห็นว่าเหมาะสมกับ
ประเทศไทยมาประกอบการพจารณา ๒. ส าหรับกฎหมายของต่างประเทศที่จะน ามาใช้ประกอบการ
ิ
พิจารณานั้น รัฐบาลไม่ขัดข้อง ถ้าหากนายกียองเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของอาฟริกา
ใต้ (ค.ศ. ๑๙๑๗) และลังกา (ค.ศ. ๑๘๘๘) เหมาะสมที่สุด แต่จะต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายและสภาวะ
ของประเทศไทย ๓. ส าหรับปัญหา ๒๕ ข้อนั้น ขอให้ถือตามกฎหมายไทยที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ระบบการ
สอบสวนก็ให้ใช้ระบบที่ใช้อยู่ กล่าวคือ ให้ศาลเป็นผู้ท าการสอบสวน กรมร่างกฎหมายจึงได้มอบให้นายเรมี
เดอ ปลังเตอโรส (Rémy de Planterose) ยกร่างประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญาขึ้นใหม่ตาม
ิ
แนวทางที่รัฐบาลให้ไว้ เมื่อยกร่างเสร็จกรมร่างกฎหมายได้น าเสนอต่อรัฐบาลในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ รัฐบาลได้ตั้ง
กรรมการขึ้นตรวจพิจารณา เมื่อแล้วเสร็จได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ รัฐสภาพิจารณาแล้ว
เสร็จและประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๗๘ แต่ก าหนดให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑
๑๔๒
ตุลาคม ๒๔๗๘ เป็นต้นไป
๑๔๒ ปรากฏว่าระบบการสอบสวนให้พนักงานอัยการเป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวน

