Page 2106 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2106

๒๐๘๘





               กรุงศรีอยุธยาซึ่งมีหลักฐานตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ในหัวข้อนี้จึงจะศึกษาบทบาทการค้นหาความจริงของ

               ศาลไทยตั้งแต่ยุคดังกล่าวจนถึงยุคปัจจุบัน

                     ๔.๑ บทบาทตามกฎหมายของศาลในยุคดั้งเดิม



                     เดิมประเทศไทยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีพระมหากษัตริย์เป็นผู้ทรงอานาจสูงสุด
               ในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการชี้ขาดตัดสินคดี จนเป็นที่มาของค ากล่าวที่ว่า พระมหากษัตริย์เป็น

                                                                                               ๑๑๒

               บ่อเกิดแห่งความยุติธรรม และเป็นตุลาการสูงสุด (fountain of justice and supreme judge)  อานาจ
                                                                                           ั
               ในการตรวจสอบการกระท าและลงโทษผู้กระท าความผิดในยุคสมัยนั้นจึงเป็นของพระมหากษตริย์ หรือบุคคล
               ที่พระองค์มอบหมาย


                     ระบบกฎหมายดั้งเดิมของไทยมิได้แบ่งแยกประเภทคดีออกเป็นคดีแพงหรือคดีอาญาอย่างชัดเจน
                                                                               ่
                                                                                                     ๑๑๓
                                                                                        ๑๑๔
               วิธีพิจารณาคดีทั้งสองประเภทจึงมีลักษณะท านองเดียวกันและค่อนไปทางระบบกล่าวหา  โดยกฎหมายวิธี
                 ิ
               พจารณาความของไทยกระจายอยู่ในกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระธรรมนูญ (พระท านูน) พระธรรมศาสตร์
               (พระธรรมสาตร) หลักอินทภาษ พระอัยการลักษณะรับฟ้อง (พระไอยการลักษณรับฟ้อง) พระอัยการลักษณะ

                                                   ั
               พยาน (พระไอยการลักษณภญาณ) พระอยการลักษณะอทธรณ์ (พระอายการลักษณอธร) และลักษณะ
                                                                ุ
                                                                                         ุ
                                         ๑๑๕
               ตระลาการ (ลักษณตระลาการ)  บทบัญญัติเกี่ยวด้วยพยานหลักฐานก็กระจายปะปนอยู่ในกฎหมายหลาย
                                                                        ั
               ฉบับ ฉบับที่ว่าด้วยพยานหลักฐานโดยตรงและใช้เป็นหลักคือพระอยการลักษณะพยาน ซึ่งตราขึ้นตั้งแต่ปี
               พ.ศ. ๑๘๙๔ ในรัชสมัยพระเจ้าอู่ทอง (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑) และที่ส าคัญอีกฉบับ คือ หลักอินทภาษ

                          ่
                                                                          ิ
                     เมื่อเพงเล็งถึงหลักปฏิบัติในการสืบพยานและวินิจฉัยคดีของผู้พพากษาตระลาการปรากฏบทบัญญัติ
                               ิ
               ส าคัญอยู่ในหลักอนทภาษที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความส าคัญกับการค้นหาความจริงในคดี ดังนี้ “...ให้ผู้

               พิจารณาแช่งชักพญาน แลให้สาบาลตัวจ าเภาะพระรัตนไตรยตามคาภีรพระธรรมสาตร แลให้เร่งพิจารณาเอา



               ๑๑๒  Quaritch Wales, Ancient Siamese Government and Administration, (New York: Paragon Book Reprint,
                                                                    ั
               1965), p.178; และดู หลวงสารนัยประสาสน์ (ธัญญา ณ สงขลา), พฒนาการการศึกษากฎหมายในประเทศไทย,
               มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) ณ วัดเทพ ศิรินทรา
               วาส วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙, น.(๙).
               ๑๑๓  Simon de la Loubère, The Kingdom of Siam, (Kuala Lumpur: Oxford University Press, 1969), p.85.
               ๑๑๔  เพราะมีการใชวิธีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยการสาบาน หรือด าน้ าลุยเพลิงแบบ ordeals ที่ใชในระบบกล่าวหาของ
                                                                                        ้
                             ้
               อังกฤษแบบดั้งเดิม เว้นแต่คดีอุกฉกรรจ์ที่ใชวิธีพจารณาโจรผู้ร้ายซึ่งจะมีวิธีพิจารณาในลักษณะไปทางระบบไต่สวน เพราะมี
                                                  ิ
                                               ้
               การใชวิธีทรมานให้รับสารภาพ และใชวิธีการลงโทษที่รุนแรง ท านองเดียวกับระบบไต่สวนของภาคพื้นยุโรปแบบดั้งเดิม ดู
                    ้
                                           ้
               ประมูล สุวรรณศร, ค าอธิบายกฎหมายลักษณะพยาน, พิมพ์ครั้งที่ ๗ (กรุงเทพมหานคร: นิติบรรณการ, ๒๕๑๗), น.๕.
               ๑๑๕  กฎหมายเหล่านี้ตราขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และต่อมาปี พ.ศ. ๒๓๔๗ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
               จุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ได้รวบรวมไว้ในกฎหมายตราสามดวง
   2101   2102   2103   2104   2105   2106   2107   2108   2109   2110   2111