Page 2104 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2104
๒๐๘๖
ค าถามน าได้ วัตถุประสงค์ของการถามค้านคือการโต้แย้งค าเบิกความของพยาน หาข้อเท็จจริงที่สงสัย
ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ หรือความสามารถในการจดจ าข้อเท็จจริงของพยาน และยังอาจถามเกี่ยวกับ
ั
เรื่องราวในอดีตของพยานหากเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวพนกับความน่าเชื่อถือหรืออคติของพยาน หลังเสร็จการ
ื่
ถามค้าน โจทก์มีสิทธิถามติง (redirect examination) เพอกู้คืนความน่าเชื่อถือของพยาน ซึ่งจะถามได้
เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับค าถามค้าน โดยขณะเบิกความจะห้ามพยานอื่นอยู่ในห้องพิจารณาฟงการเบิกความ
ั
๑๐๒
ื่
ของพยานคนก่อน และคู่ความอาจเสนอพยานเอกสารหรือพยานหลักฐานอนระหว่างการถามพยาน
๑๐๓
บุคคล
้
หลังโจทก์สืบพยานเสร็จและแถลงหมดพยาน จ าเลยอาจร้องขอให้ยกฟอง (motion for a
judgment of acquittal) ทั้งคดีหรือบางข้อหา โดยโต้แย้งว่าพนักงานอยการโจทก์ไม่อาจน าสืบ
ั
ี
พยานหลักฐานได้เพยงพอที่จะเปลื้องภาระการพสูจน์ ซึ่งศาลจะอนุญาตตามค าร้องต่อเมื่อปรากฏว่าตาม
ิ
พยานหลักฐานที่โจทก์น าสืบมานั้นแม้จะพจารณาในเชิงเป็นประโยชน์แก่โจทก์อย่างมากแล้วก็ไม่มีลูกขุนที่มี
ิ
ั
เหตุผลคนใดจะเห็นได้ว่าจ าเลยมีความผิด ทั้งนี้ อาจมีเหตุมาจากพนักงานอยการโจทก์น าสืบไม่ครบ
ิ
องค์ประกอบความผิดเพราะเข้าใจข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน หากศาลอนุญาตก็จะมีค าพพากษาว่าจ าเลยไม่ม ี
ความผิดซึ่งมีสภาพบังคับและผลเช่นเดียวกับค าชี้ขาดของคณะลูกขุน แต่หากศาลไม่อนุญาตจ าเลยอาจร้อง
๑๐๔
ขอเช่นนี้ได้อีกครั้งหลังจากสืบพยานจ าเลยเสร็จ
หากค าขอให้ยกฟองไม่เป็นผล คณะลูกขุนจะท าการประชุมปรึกษาเพอวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า
ื่
้
ิ
ั
จ าเลยกระท าความผิดหรือไม่ ซึ่งคณะลูกขุนจะประชุมปรึกษาโดยล าพง ไม่มีผู้พพากษาเข้าร่วม จึงมี
ิ
กระบวนการแนะน าลูกขุน (jury instructions) โดยผู้พพากษาจะให้ค าแนะน าข้อกฎหมายที่จะใช้ในการ
ิ
วินิจฉัยและวิธีพิจารณาที่เกี่ยวข้อง โดยค าแนะน าจะระบุองค์ประกอบต่าง ๆ ที่คณะลูกขุนจะต้องพจารณาว่า
โจทก์พสูจน์ได้หรือไม่ และให้ค าแนะน าหลักการที่ส าคัญบางอย่าง เป็นต้นว่า ความหมายของถ้อยค าว่า
ิ
"ปราศจากความสงสัยตามสมควร" (beyond a reasonable doubt) แต่ผู้พพากษาจะไม่กล่าวถึง
ิ
พยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย ไม่ให้ความเห็นถึงความน่าเชื่อถือของพยานหรือข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการ
ู
พดที่จะเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คณะลูกขุนมีอสระที่จะลงมติโดยไม่ต้องให้เหตุผลประกอบ และ
ิ
๑๐๕
ค าวินิจฉัยชี้ขาดนี้เป็นเด็ดขาด (ไม่อาจอุทธรณ์ได้) จากนั้นผู้พิพากษาจะพิจารณาก าหนดโทษ
๑๐๒ Ibid., p.90.
๑๐๓ Ibid., p.91.
๑๐๔ Frederick T. Davis, supra note 98, p.91.
๑๐๕ Ibid., p.94. ข้อปฏิบัตินี้แตกต่างจากระบบของอังกฤษที่ผู้พิพากษาสามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับคุณค่าของ
พยานหลักฐานได้ด้วย

