Page 2092 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2092
๒๐๗๔
preuve et le juge décide d'après son intime conviction.” ซึ่งหลักการวินิจฉัยดังกล่าวนี้ในทาง
๔๗
วิชาการเรียกกันว่า "หลักความเชื่อมั่นภายในใจ" (intime conviction)
อย่างไรก็ดี พยานหลักฐานที่จะน ามาวินิจฉัยนั้นต้องเป็นพยานหลักฐานที่ผ่านการด าเนินกระบวน
ิ
พจารณาในศาล จะน าความรู้ส่วนตัวของผู้พพากษามาวินิจฉัยมิได้ ดังความใน Art. 427 -2 “Le juge ne
ิ
peut fonder sa décision que sur des preuves qui lui sont apportées au cours des débats et
๔๘
contradictoirement discutées devant lui.” นอกเหนือจากข้อจ ากัดนี้ ในระบบวิธีพจารณาของ
ิ
๔๙
ฝรั่งเศสมีข้อจ ากัดในการรับฟงพยานหลักฐานน้อยมาก เนื่องจากโดยหลักกฎหมายวิธีพิจารณาของฝรั่งเศส
ั
ให้อานาจศาลอย่างกว้างขวางในการค้นหาความจริง เพราะเชื่อว่าจะท าให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงได้อย่างเป็น
ี
๕๐
ธรรม และเชื่อว่าการไม่มกฎเกณฑที่ละเอียดเคร่งครัดจะท าให้ศาลอ านวยความยุติธรรมได้ดีกว่า จึงไม่มีบท
์
ตัดพยาน (exclusionary rules) แต่ฝรั่งเศสก็ได้สร้างหลักการที่เรียกว่า หลักแห่งความไม่มีผล (théorie des
nullités) ของการกระท าหรือพยานหลักฐานที่ได้มาโดยไม่ชอบขึ้นใช้แทน ซึ่งให้ผลในลักษณะเดียวกับบทตัด
๕๑
พยานของระบบคอมมอนลอว์ ในระบบกฎหมายของฝรั่งเศสจึงไม่มีบทตัดพยานบอกเล่าไม่ว่าจะเป็นคดี
ิ
๕๓
๕๒
ั
่
แพงหรือคดีอาญา ในการวินิจฉัยคดีศาลจึงรับฟงและวินิจฉัยพยานบอกเล่าได้โดยอสระ แต่ก็มิได้
๕๔
หมายความว่าศาลฝรั่งเศสมิได้รับรู้ว่าพยานบอกเล่ามีข้อบกพร่อง เพยงแต่จะรับฟงหรือไม่และเชื่อถือ
ี
ั
เพียงใดเป็นดุลพินิจของผู้พิพากษา
๔๗ ค าแปล ดู เชิงอรรถถัดไป. หลักนี้ใช้กับคณะลูกขุนด้วย ดังปรากฏตามค าสาบานของลูกขุนในหน้าถัดไป
๔๘ มาตรา ๔๒๗ “เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น การพิสูจน์ความผิดอาจกระท าได้ด้วยพยานหลักฐานทุกอย่าง
และผู้พิพากษาวินิจฉัยชี้ขาดตามความเชื่อมั่นภายในใจ”
ผู้พิพากษาต้องอาศัยเฉพาะแต่พยานหลักฐานที่ยื่นในชั้นพิจารณาและมีการโต้แย้งต่อหน้าตนเท่านั้น”
้
่
ั
๔๙ ที่มีอย่างชดเจน ได้แก่ บทบัญญัติห้ามน าข้อมูลบางอย่างไปใชเป็นพยานหลักฐาน เชน จดหมายโต้ตอบระหว่างจ าเลยกับ
ทนายความ (CPP, Art. 432) หรือไม่ยอมรับพยานหลักฐานที่ได้จากการทรมานหรือการกระท าโดยมิชอบของเจ้าพนักงาน
see Karim A. A. Khan, supra note 28, p.71.
๕๐ Paul B. Rava, Doris Jonas Freed and Ruth B. Ginsburg, supra note 41, p.163.
๕๑ Karim A.A. Khan, Caroline Buisman and Christopher Gosnell (eds), supra note 28, p.73.
๕๒ Paul B. Rava, Doris Jonas Freed and Ruth B. Ginsburg, supra note 41, p.159.
๕๓ Robert E. Ireton, "Hearsay Evidence in Europe" Vol. 66, No. 5, (May 1932), p.252, 254; Oliver E. Bodington,
An Outline of the French Law of Evidence, (London: Stevens and Sons, 1904), p.122; อย่างไรก็ตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของฝรั่งเศส มีการก าหนดให้บุคคลบางจ าพวกไม่สามารถเป็นพยานได้ เชน สามี
่
ภรรยา ญาติของจ าเลยในล าดับที่ก าหนด หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับผลคดี เป็นต้น. Paul B. Rava, Doris Jonas Freed
and Ruth B. Ginsburg supra note 41, p.161.
๕๔ The Law Commission, Evidence in Criminal Proceedings: Hearsay and Related Topics,A Consultation
Paper No 138 (London: The Law Commission, 1995), p.266.

