Page 384 - คำวินิจฉัยศาลปกครองด้านพัสดุ
P. 384
๓๗๐
สรุปข้อเท็จจริง
้
การเคหะแห่งชาติท าสัญญาจ้างให้ผู้ฟองคดีก่อสร้างอาคารโครงการที่พักอาศัย
ส าหรับสถาบันราชภัฏมหาสารคาม สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และสถาบันราชภัฏนครสวรรค์
โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ ส าหรับสถาบันราชภัฏมหาสารคาม ส่วนที่ ๒
ส าหรับสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และส่วนที่ ๓ ส าหรับสถาบันราชภัฏนครสวรรค์ ต่อมา
การเคหะแห่งชาติได้อนุมัติให้เพิ่มงานถมดินตามแบบที่แก้ไขและให้เพิ่มงานวางท่อเมนประปา
้
ภายนอกตามแบบผังบริเวณวิศวกรรมประปา โดยขยายเวลาก่อสร้างให้แก่ผู้ฟองคดี ปรากฏว่า
้
หลังจากครบก าหนดระยะเวลาตามที่ขยายออกไป ผู้ฟองคดีก่อสร้างงานไม่แล้วเสร็จ การเคหะ
แห่งชาติจึงบอกเลิกสัญญาพร้อมเรียกค่าปรับจากการก่อสร้างงานไม่แล้วเสร็จดังกล่าว รวมทั้ง
้
ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟองคดีชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถก่อสร้างงานให้แล้วเสร็จดังกล่าว มิฉะนั้น
้
จะมีค าสั่งให้ผู้ฟองคดีเป็นผู้ทิ้งงาน เนื่องจากมีพฤติการณ์หยุดงานบ่อย ขาดเครื่องมือเครื่องจักร
้
้
่
และหยุดงานโดยไม่แจ้งเหตุ ซึ่งผู้ฟองคดีมีหนังสือชี้แจงเหตุผลว่า ผู้ฟองคดีไม่ได้เป็นฝายผิดสัญญา
้
แต่การเคหะแห่งชาติเองที่ใช้สิทธินอกเหนือสัญญาจ้างให้ผู้ฟองคดีมอบงานในสัญญาให้ห้างหุ้นส่วน
่
จ ากัด ว. ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญาพิพาทโดยตรง และห้างหุ้นส่วนจ ากัด ว. เป็นฝายผิดสัญญา
้
ต่อมา คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติได้มีมติให้ผู้ฟองคดีเป็นผู้ทิ้งงาน และกระทรวงการพัฒนา
้
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้แจ้งชื่อผู้ฟองคดีเป็นผู้ทิ้งงานไปยังปลัดกระทรวงการคลัง
้
(ผู้ถูกฟองคดีที่ ๑) หลังจากนั้น คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาผู้ทิ้งงานก าหนดให้
้
้
ผู้ฟองคดีชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้ฟองคดียืนยันว่าความผิดทั้งหมดเป็นของ
้
้
ห้างหุ้นส่วนจ ากัด ว. ผู้ฟองคดีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการบอกเลิกสัญญา แต่ผู้ถูกฟองคดี
้
้
ที่ ๑ พิจารณาแล้วมีค าสั่งแจ้งเวียนให้ผู้ฟองคดีเป็นผู้ทิ้งงาน และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟองคดีทราบ
้
้
ผู้ฟองคดีจึงอุทธรณ์ค าสั่งดังกล่าว แต่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) (ผู้ถูกฟองคดีที่ ๒)
้
้
พิจารณาแล้วยกอุทธรณ์ของผู้ฟองคดี จึงน าคดีมาฟองขอให้ศาลมีค าพิพากษาหรือค าสั่ง
้
เพิกถอนค าสั่งลงโทษผู้ฟองคดีเป็นผู้ทิ้งงาน

